Heritage / Community/ Sharing

- ABOUT US -

เรือนไหม-ใบหม่อนถือกำเนิดเมื่อ ปี พ.ศ. 2530 โดยสืบทอดธุรกิจการค้าเส้นไหมของครอบครัว ซึ่งดำเนินกิจการต่อเนื่องมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2468 พัฒนาสู่ธุรกิจด้านหม่อนและไหมครบวงจรโดยได้ทำความร่วมมือกับนิคมสร้างตนเองเลี้ยงไหม จังหวัดสุรินทร์ ในพระบรมราชานุเคราะห์ จัดตั้งศูนย์วิถีชีวิตคนกับไหม เพื่อจัดแสดงอุปกรณ์การทอผ้าไหม ผ้าไหมโบราณและโรงเรียนสอนทอผ้าไหม

HERITAGE
รักษาและรวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับการปลูกหม่อนและเลี้ยงไหม การผลิตเส้นไหมและกระบวนการฟอกย้อมสีเส้นไหมทั้งแบบดั้งเดิมและแบบสมัยใหม่ เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่รักษาลวดลายดั้งเดิมของท้องถิ่นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่โดยใช้การพัฒนาจากลวดลายดั้งเดิมของท้องถิ่นให้มีความร่วมสมัย COMMUNITY
นำความรู้ในท้องถิ่นมาผสานกับนวัตกรรมสมัยใหม่มาออกแบบและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์โดยเน้นการใช้วัตถุดิบและแนวคิดจากท้องถิ่นมาพัฒนาและต่อยอด ใช้ชุมชนเป็นฐานการผลิตเพื่อการสร้างงานและรายได้ในชุมชน SHARING
มีความเป็นมิตรและพร้อมที่จะแบ่งปันข้อมูลและองค์ความรู้เกี่ยวหม่อน ไหม การผลิตเส้นไหมและการทอผ้าไหม มีความเป็นมิตรและพร้อมที่จะให้บริการแก่ลูกค้า พัฒนากระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
My story (Timeline)
เรือนไหม-ใบหม่อน เริ่มต้นกิจการจากร้านง่วนฮวด โดยเริ่มรับซื้อเส้นไหมสาวด้วยมือจากชาวบ้าน แล้วส่วนหนึ่งนำไปจำหน่ายให้กับโรงงานทอผ้าไหม (สีพื้น)ในกรุงเทพมหานครและ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา และอีกส่วนหนึ่งจำหน่ายให้กับชาวบ้านในพื้นที่นำไปทอผ้าไหมพื้นเมือง (เช่น ผ้ามัดหมี่ ผ้าอันปรม ผ้าอันลูยซีม ผ้าโฮล เป็นต้น) ต่อมามีการสั่งซื้อเส้นไหมจากบริษัทผู้นำเข้าเส้นไหมจากประเทศจีนและญี่ปุ่น เพื่อนำมาจำหน่ายให้แก่ชาวบ้าน ปรากฏว่าเป็นที่นิยม เนื่องจากใช้งานง่ายและสะดวกกว่าเส้นไหมสาวมือ (สาเหตุที่ ใช้งานง่ายกว่า เพราะเส้นไหมที่นำเข้ามา ใช้เครื่องจักรในการสาวเส้นไหมและตีเกลียว แต่เส้นไหมสาวมือจะต้องนำมาผ่านขั้นตอนการตีเกลียวด้วยมืออีกครั้ง) ทำให้ชาวบ้านลดการเลี้ยงไหมเพื่อสาวมือลงไปเรื่อยๆ ต่อมามีการแยกกิจการ ร้านน้องหญิง เพื่อจำหน่ายผ้าไหม โดยซื้อผ้าไหมจากโรงงานโดยที่ร้านง่วนฮวด จำหน่ายเส้นไหมให้และซื้อผ้าไหมพื้นเมืองจากชาวบ้าน ปี 2530 รับช่วงกิจการง่วนฮวดเริ่มลดปริมาณการรับซื้อเส้นไหมสาวมือจากชาวบ้าน เพื่อจำหน่ายให้กับโรงงานทอผ้าไหม และเพิ่มปริมาณการขายเส้นไหมจากบริษัทนำ
เข้าเส้นไหมมากขึ้นเป็นลำดับ ต่อมาเปิดโรงงานทอผ้าไหมในนาม สยามซิลค์ เพื่อจำหน่ายให้กับร้านน้องหญิง โดนซื้อวัตถุดิบจากร้านง่วนฮวด ในเวลาต่อมาได้เพิ่มกำลังการผลิตขึ้นทุกปี ปี 2538 เปิดดำเนินกิจการร้าน เรือนไหม-ใบหม่อน จำหน่ายผ้าไหมและอุปกรณ์การทอผ้าทุกชนิด
พร้อมทั้งเปลี่ยนรูปแบบการจำหน่ายเส้นไหมให้กับชาวบ้าน (ซึ่งแต่เดิมชาวบ้านซื้อเส้นไหมไปทำการฟอก ย้อม แล้วจึงนำไปสู่กระบวนการทอผ้าไหม) โดยเพิ่มการรับบริการฟอก ย้อมเส้นไหม ขึ้นเส้นยืน และเก็บตะกอให้กับชาวบ้าน จากการซื้อเส้นไหมดิบจากทางร้าน พร้อมกันนั้นทางเรือนไหม-ใบหม่อน ได้เริ่มนำผ้าสีพื้นที่ผลิตได้ (ในส่วนที่มีตำหนิ สีไม่สม่ำเสมอ) มาทำเป็นผ้าบาติดโดยการเขียนลายกลบในส่วนที่มีตำหนิ เพื่อเพิ่มมูลค่าของตัวสินค้า ก่อนนำมาออกจำหน่ายเป็นผ้าไหมบาติก ปี 2542 จดทะเบียนในนาม ห้างหุ้นส่วนจำกัด เรือนไหม-ใบหม่อน พร้อมทั้งซื้อเครื่องจักรสาวไหม(ขนาดเล็ก) เพื่อนำมาผลิตเส้นไหมพุ่งใช้เองภายใน โดยรับซื้อรังไหมจากเกษตรกรผู้เลี้ยงไหม และเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้า ฟันหวี(อุปกรณ์การทอผ้าชนิดหนึ่ง) ซึ่งแต่เดิมในการทอผ้าไหมจะใช้ฟันหวีที่ทำขึ้นเองหรือฟันหวีที่เหลือใช้จากโรงงานทอผ้าไหมในกรุงเทพมหานคร ทำให้การทอผ้าไหมไม่ได้มาตรฐาน เรือนไหม-ใบหม่อน จึงได้สั่งฟันหวีที่ทำขึ้นใหม่จากโรงงานในกรุงเทพมหานครมาจำหน่ายให้ชาวบ้านเพื่อยกระดับมาตรฐานการทอผ้าไหมของชาวบ้าน ปี 2544 เปิดให้บริการการจัดลวดลายและออกแบบสีเส้นยืนให้แก่ชาวบ้าน โดยไม่คิดมูลค่า ปี 2545
ดำเนินการผลิตอุปกรณ์การทอผ้า เช่น กี่ทอผ้าทุกชนิด (กี่กระตุกและกี่ธรรมดา ฯลฯ) เพื่อจำหน่าย ปี 2546
เป็นตัวแทนจำหน่ายสีย้อมไหม ตราช้าง โดยได้จัดตั้งทีมสาธิตการย้อมไหมไปสอนและให้ความรู้ถึงบ้านในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพราะเนื่องจาก เรือนไหม-ใบหม่อนได้สำรวจพบว่า วิธีการฟอกและย้อมไหมของชาวบ้านโดยส่วนใหญ่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ทำให้เส้นไหมที่ได้ไม่ได้มาตรฐาน (ด่าง สีตก) ประกอบกับคุณภาพของสีที่มีในท้องตลาดคุณภาพไม่ดี ปี 2547
ดำเนินการผลิตเส้นไหมยืน ชนิดสีเหลืองทอง ในนาม ไหมทอง โดยได้รับความร่วมมือและสนับสนุนจากหน่วยงานราชการ ในการทำสัญญา ซื้อรังไหมจากเกษตรกรผู้เลี้ยงไหมที่เป็นสมาชิก เพื่อนำไปผลิตเป็นไหมทองทดแทนไหมยืนสีขาว ปี 2553 จดทะเบียนโรงงานสาวเส้นไหม โรงงานไหมทองสุรินทร์ ปี 2554
เปิดดำเนินกิจการฟอกและย้อมเส้นไหมที่นิคมสร้างตนเองเลี้ยงไหม จังหวัดสุรินทร์ พระบรมราชานุเคราะห์ โดยใช้เครื่องจักรและมีระบบบำบัดน้ำเสีย ในปีเดียวกันนั้นโรงงานสาวและฟอกย้อมเส้นไหมได้รับความเสียหายจากกระสุนปืนใหญ่ที่ทางกัมพูชายิงเข้ามาเนื่องจากการปะทะระหว่างไทยและกัมพูชาอันเนื่องมาจาก
ความขัดแย้งกรณีปราสาทเขาพระวิหาร ปี 2555 เปิดดำเนินการโรงงานลอกกาวเส้นไหม ปี 2556 เริ่มโครงการ Ruenmaii mulberry farm (Organic) ที่บ้านกระทมเพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและเป็นสวนสำหรับผลิต Mulberry คุณภาพดีสำหรับแปรรูปเป็นอาหารและเครื่องดื่ม ปี 2558
เริ่มโครงการศูนย์เพาะเลี้ยงถั่งเฉ้าไหมทอง

Copyright 2016 Ruenmai-Baimon  All right reserved